homenewsarticleproductwebboardpaymentdeliverydownloadcontact
User
Guest
Login

Product
 
 eXTReMe Tracker
 
 
?ดำรง?ทิ้งเก้าอี้ซีอีโอไทยคมยันไม่เกี่ยวการเมือง
Post date: 2009-04-25
 


"ดำรง?ทิ้งไทยคม ประกาศลาออกจากตำแหน่ง ซีอีโอ หลังคุมธุรกิจมาเกือบ 18 ปี เผยเป็นเพราะหมดความท้าทายต้องการแสวงหาสิ่งแปลกใหม่ ยันไม่เกี่ยวข้องกับแรงกดดันทางการเมือง เป็นความสมัครใจ

นายดำรง เกษมเศรษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ลาออกจากการเป็นประธานกรรมการบริหาร ไทยคม หลังจากได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ (บอร์ด) เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งการลาออกจะมีผลในวันที่ 13 พ.ค.นี้ โดยที่ผ่านมา ตนได้ร่วมงานเป็นระยะเวลา 17 ปี 9 เดือน ตั้งแต่ที่ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

เหตุผลที่ลาออกจากตำแหน่งเป็นเพราะหมดความท้ายทายในการทำงาน เนื่องจากทำงานกับไทยคมมาเป็นเวลา 17 ปี 9 เดือน ปัจจุบัน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจดาวเทียม ธุรกิจโทรศัพท์ในต่างประเทศ และธุรกิจอินเทอร์เน็ต ดำเนินกิจการไปได้เป็นอย่างดีแล้ว ดังนั้นจึงเห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะพิจารณาเปลี่ยนบทบาทของตนเอง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะไปร่วมงานกับบริษัทไหนและตั้งใจว่าจะหยุดพัก สักระยะ

อย่างไรก็ดี การลาออกครั้งนี้ได้มีการหารือกับบอร์ด บริษัทมาระยะหนึ่งแล้ว โดยยืนยันว่าไม่ได้รับการต่อสายตรงจากใคร รวมถึงไม่เกี่ยวข้องกับแรงกดดันทางการเมือง เพราะบริษัทไม่เคยเกี่ยวข้องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในรัฐบาลยุคใด และยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับแรงกดดันด้านการเมืองใดๆ และการปิดกั้นสถานีวิทยุผ่านดาวเทียมดีสเตชั่นเป็นเรื่องปกติรัฐบาลเคยมีการ สั่งการลักษณะดังกล่าวหลายครั้ง เช่น เมื่อปี 2535 และปี 2540

?ยืน ยันการลาออกครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับแรงกดดันทางการเมือง 100% บริษัทต้องปฏิบัติตามรัฐบาลอยู่แล้วไม่ว่าจะยุคไหน นับตั้งแต่ปี 2535 และในปี 2549 ขณะที่ปัญหาทางการเมืองขณะนี้ โดยเฉพาะกรณีปิดช่องสัญญาณดี สเตชั่น ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้าเราและมีสัญญาถูกต้อง เมื่อรัฐบาลมีคำสั่งให้ปิด เราก็ปฏิบัติตาม เพราะเราไม่สามารถให้ความเห็นได้ว่าช่องไหนควรออกหรือไม่ควรออก แต่ในภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ ถือว่ารัฐบาลมีอำนาจที่จะจำกัดสิทธิเสรีภาพ?

นอกจากนี้ ยืนยันว่า ไทยคมไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินผ่านวิดีโอ ลิงก์มายังกลุ่มคนเสื้อแดงด้วย เพราะการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้ผ่านช่องสัญญาณของไทยคมแต่อย่างใด แต่ยิงสัญญาณขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งตนรู้ว่าประเทศอะไร แต่ไม่ขอเปิดเผยดีกว่า ตลอดจนการลาออกครั้งนี้ ไม่ได้มาจากความขัดแย้งกับบอร์ดบริษัทด้วย

อย่าง ไรก็ตาม ยอมรับว่าสิ่งที่ยากที่สุดในการบริหารงานที่ไทยคม คือ การรักษาผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มให้มีความสมดุลกันให้มากที่ สุด สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานของไทยคมในปีนี้เชื่อว่า จะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ หลังจากที่ปีก่อนขาดทุนสุทธิ 713 ล้านบาท โดยปัจจัยที่มีส่วนช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ ไทยคมคือ ธุรกิจดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ซึ่งมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยปีละ 30% โดยขณะนี้ได้ ติดตั้งสถานีควบคุมเครือข่ายภาคพื้นดิน (เกตเวย์) แล้ว 14 ประเทศ และมีการทำตลาดแล้ว 12 ประเทศ ซึ่งไอพีสตาร์น่าจะถึงจุดคุ้มทุนในปี 2552 นี้แน่นอน

ปัจจุบัน รายได้หลักไอพีสตาร์ มาจากลูกค้าออสเตรเลีย ไทย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น ส่วนลูกค้าในอินโดนีเซีย ที่เพิ่งเข้าทำตลาดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เชื่อว่าจะสามารถทำรายได้เข้าบริษัทในเดือนถัดไปทันที ส่วนตลาดลูกค้ารายใหญ่ จีน และอินเดีย จะเร่งเจรจาให้จบโดยเร็วที่สุด ขณะที่ลูกค้าหลักในประเทศ ได้แก่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้มีคำสั่งซื้ออุปกรณ์บอกรับสัญญาณปลายทาง (ยูที) อย่างต่อเนื่องซึ่งคาดว่าคำสั่งซื้อล็อตใหญ่ต้องรอบอร์ดทีโอทีอนุมัติอีก ครั้ง สำหรับภาพรวมธุรกิจไทยคม ที่ผ่านมาบริษัทใช้เงินลงทุนสร้างดาวเทียม 5 ดวงรวมกว่า 29,000 ล้านบาท

 
from Manager
 
http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000045958
 
Language
thgb
 

©2006-2010 Mindtek All Rights Reserved